เปิดตัวแนวทางเวชปฏิบัติสำหรับเภสัชกรเพื่อรับมือโรคปลายประสาทอักเสบครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิก

prnewswire
Yesterday

พัฒนาโดยคณะผู้เชี่ยวชาญด้านเภสัชกรรมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

- เผยสถิติผู้ป่วยเบาหวาน 1 ใน 2 ราย และผู้ใหญ่ 1 ใน 10 ราย เผชิญกับโรคปลายประสาทอักเสบ [1],[2]

- ชูบทบาทเภสัชกรชุมชนในฐานะด่านหน้าและที่ปรึกษาด้านสุขภาพที่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด

- แนวทางเวชปฏิบัติใหม่มุ่งยกระดับบทบาทเภสัชกร เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ในการดูแลผู้ป่วย

สิงคโปร์, 17 เมษายน 2569 /PRNewswire/ -- บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านเภสัชกรรมระดับแถวหน้าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ร่วมกับ P&G Health ประกาศเปิดตัวแนวทางเวชปฏิบัติฉบับแรกของภูมิภาคที่จัดทำขึ้นสำหรับเภสัชกรชุมชนโดยเฉพาะ เพื่อใช้ในการคัดกรอง ประเมิน และดูแลผู้ป่วยโรคปลายประสาทอักเสบ (PN) ในการปฏิบัติงานที่ร้านยาในแต่ละวัน 

Continue Reading
(PRNewsfoto/P&G Health)
P&G Nerve Connect, a one-stop centre for pharmacists (PRNewsfoto/P&G Health)

แนวทางเวชปฏิบัติเรื่อง "Empowering Community Pharmacists - Expert Consensus Guidelines for the Effective Management of Peripheral Neuropathy with Neurotropic B Vitamins" (เสริมศักยภาพเภสัชกรชุมชน: แนวทางเวชปฏิบัติจากฉันทามติของผู้เชี่ยวชาญเพื่อการจัดการภาวะเส้นประสาทส่วนปลายผิดปกติอย่างมีประสิทธิภาพด้วยวิตามินบีที่มีฤทธิ์ต่อระบบประสาท) ได้เปลี่ยนข้อมูลเชิงประจักษ์ทางวิชาการให้เป็นคำแนะนำที่นำไปใช้ได้จริงและเหมาะสมกับบริบททางวัฒนธรรม เพื่อสร้างมาตรฐานในการคัดกรอง การให้คำปรึกษา และการจัดการดูแลอย่างเป็นขั้นตอนในร้านยา ซึ่งจะช่วยลดช่องว่างจากปัญหาการวินิจฉัยล่าช้าและการรักษาที่ไม่ทันท่วงที

ดร. โยลันดา อาร์. โรเบิลส์ (Yolanda R. Robles) ศาสตราจารย์คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งฟิลิปปินส์ และประธานสหพันธ์สมาคมเภสัชกรรมแห่งเอเชีย (FAPA) ผู้เขียนหลักและประธานคณะทำงาน กล่าวว่า "โรคปลายประสาทอักเสบเป็นภาวะที่พบได้บ่อย และส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่มีอัตราความชุกของโรคสูง [3-7] ไม่ว่าจะเป็นฟิลิปปินส์ (58%), อินโดนีเซีย (58%), มาเลเซีย (54%), ไทย (34%), สิงคโปร์ (28%) และออสเตรเลีย (21%) เนื่องจากเภสัชกรเป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายที่สุดในหลาย ๆ ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ฉันทามติดังกล่าวจึงเป็นการนำหลักฐานทางวิชาการที่ดีที่สุดมาสรุปเป็นขั้นตอนง่าย ๆ เพื่อช่วยให้เภสัชกรสามารถตรวจพบโรคปลายประสาทอักเสบได้ตั้งแต่ระยะแรก เริ่มให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยได้อย่างมั่นใจ และทำงานร่วมกับแพทย์เพื่อยกระดับผลการรักษาในระยะยาวให้ดียิ่งขึ้น"

ความสำคัญต่อภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

คุณชรัดดา โวห์รา (Shraddha Vohra) รองประธานแผนกผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพส่วนบุคคลประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท P&G Health สิงคโปร์ กล่าวว่า "ร้านยาชุมชนมักเป็นด่านแรกที่ผู้คนเข้ามาปรึกษาเมื่อมีอาการชา ซ่า แสบร้อน หรือปวดแปลบปลาบคล้ายเข็มตำมือและเท้า ซึ่งอาการเหล่านี้ล้วนเกี่ยวข้องกับโรคปลายประสาทอักเสบ ทั้งนี้ คาดการณ์ว่ามีผู้ป่วยโรคปลายประสาทอักเสบในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกสูงถึง 80% ที่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัย เภสัชกรจึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยตรวจพบอาการตั้งแต่เนิ่น ๆ พร้อมให้คำแนะนำในการรักษาที่เหมาะสม และช่วยป้องกันไม่ให้อาการลุกลาม แนวทางเวชปฏิบัตินี้ถูกออกแบบมาให้สอดคล้องกับขั้นตอนการทำงานจริงในร้านยา ครอบคลุมความหลากหลายทางภาษาและกฎระเบียบที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศทั่วเอเชียแปซิฟิกและพื้นที่อื่น ๆ โดยมาพร้อมเครื่องมือที่สามารถปรับใช้ได้ตามบริบทของแต่ละท้องถิ่นเพื่อให้เกิดการนำไปใช้งานจริงได้อย่างรวดเร็ว"

พลิกบทบาทเภสัชกร: จากการบริหารจัดการแบบตั้งรับ สู่การคัดกรองเชิงรุกเพื่อการรักษาที่ทันท่วงที

ดร. ภญ. ลูซี โนเวียนี (Dr. Apt. Lusy Noviani) จากสมาคมเภสัชกรอินโดนีเซีย (IAI) หนึ่งในคณะผู้เขียนร่วม กล่าวว่า "จากเดิมที่อยู่เพียงหลังเคาน์เตอร์ วันนี้เภสัชกรในเอเชียแปซิฟิกกำลังก้าวขึ้นมาเป็นด่านหน้า โดยเปลี่ยนบทบาทจากการจ่ายยาไปสู่การตรวจคัดกรองตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและการดูแลเชิงรุก โดยเฉพาะในประเทศอย่างอินโดนีเซียที่มีสัดส่วนแพทย์ต่อจำนวนประชากรค่อนข้างน้อย เภสัชกรชุมชนจึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยคัดกรองโรคเบื้องต้น และช่วยลดความล่าช้าในการเข้าถึงการรักษาโรคปลายประสาทอักเสบ"

แนวทางเวชปฏิบัติฉบับใหม่นี้ช่วยส่งเสริมบทบาทของเภสัชกรในฐานะพันธมิตรผู้ดูแลสุขภาพเชิงรุกตลอดกระบวนการรักษาโรคปลายประสาทอักเสบ โดยเสริมสร้างศักยภาพให้เภสัชกรในด้านต่าง ๆ ดังนี้

  1. คัดกรองกลุ่มเสี่ยงได้ตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม โดยใช้หลักช่วยจำในการประเมินความเสี่ยงที่จัดทำขึ้นใหม่ (MEDIC)
  2. แยกแยะอาการปวด ระหว่างความปวดจากเส้นประสาทและปวดกล้ามเนื้อออกจากกัน
  3. นำแบบสอบถามคัดกรองมาตรฐานมาใช้ในร้านยา ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ผ่านการรับรองและใช้งานง่าย (เช่น ACT, DN4, NPQ)[8]
  4. เริ่มให้คำปรึกษาและพิจารณาทางเลือกการรักษาด้วยยาที่จำหน่ายได้โดยไม่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ตามความเหมาะสม รวมถึงการใช้วิตามินบีที่ช่วยบำรุงประสาทโดสสูง (บี1, บี6, บี12) ในกรณีที่เหมาะสม พร้อมทั้งส่งต่อผู้ป่วยพบแพทย์โดยทันทีหากพบสัญญาณอันตราย
  5. ติดตามและประเมินผลการรักษา เพื่อดูแลความปลอดภัยและปรับแผนการดูแลให้เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะบุคคลของผู้ป่วยแต่ละราย

ตรวจพบโรคปลายประสาทอักเสบตั้งแต่เนิ่น ๆ ด้วยหลัก MEDIC

ดร. นาวิน กุมาร โลแกนาดัน  (Dr. Navin Kumar Loganadan) ผู้เขียนร่วม และหัวหน้าแผนกเภสัชกรรมผู้ป่วยนอกและคลินิก DMTAC (คลินิกติดตามการใช้ยาในผู้ป่วยเบาหวาน) ประเทศมาเลเซีย กล่าวว่า "ในสภาพแวดล้อมการทำงานที่เร่งรีบของร้านยา เครื่องมือที่ใช้งานง่ายคือหัวใจสำคัญ MEDIC คือหลักการจำความเสี่ยงที่จดจำได้ง่าย โดยย่อมาจาก M – Medication (ยาที่ใช้), E – Elderly (ผู้สูงอายุ), D – Diabetes (เบาหวาน), I – Infection (การติดเชื้อ) และ C – Chronic (โรคเรื้อรัง) การใช้ MEDIC จะช่วยให้เภสัชกรสามารถคัดกรองผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงต่อภาวะเส้นประสาทถูกทำลายได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ โดยไม่ใช่การวินิจฉัยโรค แต่เป็นการชี้แนะแนวทางการดูแลในขั้นตอนต่อไป"

คุณเกรซ ชิว (Ms. Grace Chew) เภสัชกรอิสระและผู้เขียนร่วมจากสิงคโปร์ กล่าวเสริมว่า "บ่อยครั้งที่ผู้ป่วยมักทราบว่าเป็นโรคปลายประสาทอักเสบเมื่อมีอาการปวดรุนแรงแล้ว แนวทางเวชปฏิบัตินี้จะช่วยให้เภสัชกรสามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างอาการปวดเส้นประสาทและอาการปวดกล้ามเนื้อได้ตั้งแต่ระยะแรก เริ่มใช้เครื่องมือคัดกรองมาตรฐาน และส่งต่อผู้ป่วยพบแพทย์ได้ทันท่วงที การเปลี่ยนจากวิธีตั้งรับมาเป็นการป้องกันจะช่วยให้ผู้ป่วยมีโอกาสฟื้นฟูการทำงานของเส้นประสาทและกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติอีกครั้ง"

จากการคัดกรองสู่การดูแล: เส้นทางการรักษาที่ชัดเจน

ดร. เคนนี เจมส์ พี. เมริน (Dr. Kenny James P. Merin) ผู้เขียนร่วมจาก Lyceum of the Philippines University – Davao (LPU Davao) กล่าวว่า "แนวทางเวชปฏิบัตินี้เน้นการนำไปใช้จริงในการทำงานที่ร้านยาในแต่ละวัน โดยมีขั้นตอนที่ชัดเจน ตั้งแต่การระบุความเสี่ยง คัดกรอง ให้คำปรึกษา พิจารณาใช้วิตามินบี1, บี6 และ บี12 ในขนาดที่ใช้เพื่อการรักษาตามความเหมาะสม ไปจนถึงการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ด้วยแผนผังขั้นตอนและรายการตรวจสอบที่เป็นระบบ จะช่วยให้เภสัชกรสร้างมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยได้โดยไม่กระทบต่อความรวดเร็วในการปฏิบัติงาน"

โดยทั่วไปแล้ว ผู้ป่วยโรคปลายประสาทอักเสบมักเลือกซื้อผลิตภัณฑ์วิตามินบีมารับประทานเอง ซึ่งบ่อยครั้งมีการใช้ในปริมาณที่ไม่เหมาะสม ส่งผลให้การรักษาไม่ได้ผลเนื่องจากได้รับขนาดยาไม่เพียงพอ หรือในทางตรงกันข้าม อาจได้รับวิตามินบีบางชนิดเกินขนาดจนส่งผลให้อาการที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทแย่ลง ดังนั้น นี่จึงเป็นบทบาทสำคัญที่เภสัชกรจะเข้ามาช่วยดูแล เพื่อยกระดับผลลัพธ์การรักษาของผู้ป่วยให้ดียิ่งขึ้น

ดร. กิติยศ ยศสมบัติ ผู้เขียนร่วม จากภาควิชาเภสัชกรรมปฏิบัติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเสริมว่า "วิตามินบีที่มีฤทธิ์ต่อระบบประสาทในขนาดที่ใช้เพื่อการรักษา มีบทบาทสำคัญในการจัดการโรคปลายประสาทอักเสบอย่างครบวงจรสำหรับผู้ป่วยที่เหมาะสม หากได้รับในขนาดและระยะเวลาที่ถูกต้อง แนวทางเวชปฏิบัติของเราเน้นย้ำให้เภสัชกรเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยมีการประเมินผลซ้ำทุก 3-6 เดือน คอยสังเกตสัญญาณอันตราย และประสานงานร่วมกับแพทย์อย่างใกล้ชิด"

การเข้าถึงและนำไปใช้

แนวทางเวชปฏิบัติจากฉันทามติของผู้เชี่ยวชาญนี้ จะเผยแพร่ให้แก่เภสัชกรทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกผ่านทางพีแอนด์จี เนิร์ฟ คอนเน็กต์ (P&G Nerve Connect) ซึ่งเป็นศูนย์รวมข้อมูลออนไลน์ที่จัดทำขึ้นใหม่ พร้อมทั้งจัดการสัมมนาออนไลน์โดยคณะผู้เชี่ยวชาญในฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย และสิงคโปร์

ดร. โยลันดา อาร์. โรเบิลส์ กล่าวเสริมว่า "การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไม่ใช่เรื่องง่าย ผลการสำรวจเภสัชกรในฟิลิปปินส์เมื่อเร็ว ๆ นี้ชี้ให้เห็นว่า เภสัชกรที่ผ่านการฝึกอบรมตั้งแต่ 5 ครั้งขึ้นไป มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้วิตามินบีในขนาดที่ถูกต้องเพื่อรักษาโรคปลายประสาทอักเสบได้ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด เนิร์ฟ คอนเน็กต์ ของ P&G Health จึงเป็นโซลูชันการเรียนรู้ผ่านทุกช่องทางที่พร้อมให้บริการตลอดเวลา เพื่อเปลี่ยนแนวทางเวชปฏิบัติจากในหน้ากระดาษให้กลายเป็นการลงมือปฏิบัติจริงในงานประจำวันของเภสัชกร"

คุณชรัดดา โวห์รา จาก P&G กล่าวว่า "พีแอนด์จี เนิร์ฟ คอนเน็กต์ คือศูนย์รวมข้อมูลด้านสุขภาพเส้นประสาทแบบครบวงจร ที่รวบรวมทั้งข้อมูลเชิงลึกจากกรณีศึกษาจริงของผู้ป่วยและเครื่องมือที่นำไปใช้ได้จริง เพื่อช่วยให้เภสัชกรสื่อสารกับผู้ป่วยได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเสริมความมั่นใจในการตัดสินใจทางคลินิกในแต่ละวัน เภสัชกรที่ต้องรับมือกับผู้ป่วยจำนวนมาก มีภาระงานหลายด้าน และมีเวลาจำกัด จะสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลที่มีประโยชน์ เช่น รายการตรวจสอบ และวิดีโอฝึกอบรม นอกจากนี้ เรายังสนับสนุนให้เภสัชกรส่งกรณีศึกษาของผู้ป่วยเข้ามาร่วมแบ่งปัน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ร่วมกับเพื่อนร่วมวิชาชีพทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก"

อ่านแนวทางเวชปฏิบัติสำหรับเภสัชกรเพื่อจัดการโรคปลายประสาทอักเสบฉบับแรกของเอเชียแปซิฟิกได้ที่ https://mobile.swiperxapp.com/png-nerveconnect-ph/clinical-guideline/

เข้าใช้งานพีแอนด์จี เนิร์ฟ คอนเน็กต์ ได้ที่ https://mobile.swiperxapp.com/png-nerveconnect-ph/

หมายเหตุสำหรับบรรณาธิการ: แนวทางเวชปฏิบัตินี้ไม่มีการระบุชื่อทางการค้า และจัดทำขึ้นเพื่อใช้งานโดยบุคลากรทางการแพทย์เท่านั้น โดยข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมการทำงาน ไม่ใช่เพื่อทดแทนการวินิจฉัยและการดูแลรักษาโดยแพทย์ ทั้งนี้ เภสัชกรควรปฏิบัติตามข้อกำหนดในแต่ละท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับขอบเขตวิชาชีพ การคัดกรอง และการส่งต่อผู้ป่วยอย่างเคร่งครัด

ข้อมูลติดต่อสำหรับสื่อมวลชน - MSL

เลิศพงศ์ ปุยเงิน (ตูน) โทร. 095-697-4465 [email protected]

กานต์ชนก ตองอ่อน (อีฟ) โทร. 088-954-6363 [email protected]

อ้างอิง

1. Malik, R.A. International Review of Neurobiology, Volume 127; 2016, 287-317.

2. Joel R.S, et. al., Current Medical Research and Opinion, 40(6), 977–987. https://doi.org/10.1080/03007995.2024.2352852

3. Diabetes: Australian Facts, Diabetes-Related Complications ออนไลน์ (สืบค้นข้อมูลเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568).

4. Malik, R.A et. al.; J Diabetes Investig 2020, 11, 1097–1103, doi:10.1111/jdi.13269.

5. Malik, R.A. et al. Adv Ther 2017, 34, 1426–1437, doi:10.1007/s12325-017-0536-5.

6. Espiritu-Picar, R.B. et. al. Acta Med Philipp 2023, 57, 46–51, doi:10.47895/amp.vi0.4471.

7. Hu Hanquan, A. et. al.; Proceedings of Singapore Healthcare 2021, 30, 265–270, doi:10.1177/2010105820978993.

8. Gad, H.; et. al. Current Medical Research and Opinion 2025, 41, 93–104, doi:10.1080/03007995.2024.2443109.

SOURCE P&G Health

Disclaimer: Investing carries risk. This is not financial advice. The above content should not be regarded as an offer, recommendation, or solicitation on acquiring or disposing of any financial products, any associated discussions, comments, or posts by author or other users should not be considered as such either. It is solely for general information purpose only, which does not consider your own investment objectives, financial situations or needs. TTM assumes no responsibility or warranty for the accuracy and completeness of the information, investors should do their own research and may seek professional advice before investing.

Most Discussed

  1. 1
     
     
     
     
  2. 2
     
     
     
     
  3. 3
     
     
     
     
  4. 4
     
     
     
     
  5. 5
     
     
     
     
  6. 6
     
     
     
     
  7. 7
     
     
     
     
  8. 8
     
     
     
     
  9. 9
     
     
     
     
  10. 10